นาย กิต's profileSpace ของ here kitPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
[] ชนชนาcellfood(ข้อมูลเพิ่มเติม1)เซลล์ฟู๊ด..คืออะไร? เซลล์ฟู๊ด...คืออะไร?
ออกซิเจนทางเลือกของการมีสุขภาพที่ดี เ ซ ล ล์ ฟู๊ ด คื อ อ ะ ไ ร
Cellfood ® เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โมเลกุลเล็กเข้มข้นที่มีพลังงานสูง ประกอบไปด้วย
1.สารแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย 78 ชนิด (34 ชนิด จากต้นพืชเก่าแก่บนบกที่มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จากผืนดินที่ยังไม่ถูกบุกเบิก และอีก 44 ชนิด จากทะเลตอนใต้ของนิวซีแลนด์ที่ยังไม่ถูกรบกวนจากสารพิษ และเนื่องจาก Cellfood® ไม่ได้ใช้กรรมวิธีกระบวนความร้อนในการ
กลั่น แร่ธาตุต่างๆทุกอย่างจึงยังคงถูกเก็บเอาอยู่ในรูปเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน)
2.เอนไซม์34ชนิด
3.กรดอะมิโน 17 ชนิด อยู่ในรูปของสารแขวนลอย รวมกับ 4.ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมให้แก่ Cellfood® ในการลำเลียงสารเสริมอาหารที่เต็มสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ให้เข้าสู่ร่างกายได้เป็นอย่างดี เป็นการชดเชยแร่ธาตุที่ได้สูญเสียไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้กลืนกินเอาแร่ธาตุบางอย่างที่เคยมีอยู่ในสารอาหารให้ขาดหายไป จึงเหมาะกับการดำรงชีพของยุคปัจจุบัน
แร่ธาตุที่มีอยู่ใน Cellfood® นั้น เป็นสารที่ได้มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่มีสารแอลกอฮอล์ ไม่มีกลูโคส และไม่มีสารประกอบใดที่จัดอยู่ใน "บัญชีของสารต้องห้าม" จากสมาคมการแข่งขันกีฬาอาชีพและสมัครเล่นนานาชาติ แร่ธาตุทุกอย่างล้วนได้มาจากแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุด แล้วนำมาสกัดด้วย กระบวนความเย็นยิ่งยวด (Cryogenic) มิใช่กระบวนการกลั่นหรือการแยกสลายทางเคมี จึงมั่นใจได้เลยว่า ทั้งหมดนี้ไม่มีความเป็นพิษใดๆทั้งสิ้น
อาหารเสริมใน Cellfood® จะอยู่ในรูปของสารแขวนลอยตัวที่มีประจุไฟฟ้าสูงรวมอยู่ด้วย การที่ Cellfood® เป็นละอองประจุไฟฟ้าที่
เป็นขั้วลบ มันจึงแขวนตัวลอยอยู่ในของเหลวได้ สารแขวนลอยตัวนั้นมีขนาดที่เล็กมากๆ มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเพียง 4-7 นาโนเมตร ซึ่งสามารถวัดได้จาก
สูตรคำนวณ สมการ "การเคลื่อนที่แบบ บราวเนียน" ของไอน์สไตน์
เนื่องจาก ของเหลวภายในร่างกายของมนุษย์ (เหมือนเม็ดเลือดและน้ำเลือด) ส่วนมากเป็นสารที่แขวนลอยตัวอยู่ในรูปของเหลวที่มีประจุไฟฟ้าเป็นขั้วลบ ร่างกายจึงยอมรับ CellfFood® ว่าเป็นสารของเหลวที่มีประโยชน์ชนิดเดียวกันกับของเหลวชนิดอื่นๆที่มีอยู่ในร่างกาย และยังยินยอมให้สารอาหารที่มีอยู่ใน Cellfood® สามารถดูดซึมผ่านเนื้อเยื่อที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นของอวัยวะ ปาก ลำคอและหลอดอาหาร เพื่อเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย สูตรพิเศษของ Cellfood® ที่มีสารอาหารอยู่ถึง 129 ชนิดที่มีประสิทธิ์ภาพสูง ทำให้มีอัตราความสามารถทางชีวะภาพ (ความรวดเร็วใน การดูดซึมสารอาหารเอาเข้าเก็บไว้ใช้ ในระดับเซลลูล่าเซลล์ของร่างกาย) ได้สูงกว่าวิธีการแบบอื่นๆโดยทั่วไปถึง 95% ถ้าหากเปรียบเทียบกับการใช้
อาหารเสริมชนิดเม็ดและชนิดที่บรรจุในแคปซูลแบบอื่นๆ ที่มีอัตราความสามารถทางชีวะภาพ (Bioavailablity) ในการดูดซึมต่ำได้เพียง
25% และ 30% ตามลำดับเท่านั้น นี่นับว่า เป็นความแตกต่างที่เห็นได้อย่างเด่นชัดมากทีเดียว การที่มีความสามารถทางชีวะภาพต่ำนั้นก็เนื่องจากอาหาร
เสริมเหล่านั้น จะต้องผ่านกรดต่างๆที่มีอยู่ในกระเพาะอาหารเพื่อทำการแยกสลายเสียก่อน แล้วถึงจะถูกระบบการย่อยดูดซึม(ที่อยู่ต่อจากกระเพาะ)เข้าสู่ร่าง
กายได้
นอกเหนือไปจากนั้น Cellfood® ซึ่งเป็นทั้งเป็นสารแร่ธาตุแขวนลอยตัวและเป็นละอองขนาดเล็กที่มีประจุไฟฟ้าอยู่สูง และมีความคล้ายคลึงกันกับสารของเหลวที่มีอยู่ภายในร่างกาย จึงช่วยเพิ่มความสามารถทางชีวะภาพให้กับ Cellfood® ที่มีสารประกอบต่างๆเหล่านั้นถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ทุกๆเซลล์ได้ง่าย จึงเป็นการกระตุ้นเซลล์ต่างๆให้สามารถทำงานได้อย่างมีชีวิตชีวา เนสเซนท์ ออกซิเจน (Nascent Oxygen) ออกซิเจนที่เกิดขึ้นใหม่และแยกตัวเป็นอิสระที่มีอยู่ใน Cellfood® นั้นจะไปสร้างอณู เนสเซ่นท์ออกซิเจนและอณูเนสเซ่นท์ไฮโดรเจนให้เกิดขึ้นมาใหม่ โดยการไปทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัวแยกออกจากกัน เนสเซนท์หมายถึงการเกิดขึ้นมาใหม่ และความหมายในทางเคมีชีวะภาพหมายถึงออกซิเจนอณูเดี่ยวอิสระที่เกิดขึ้นมาใหม่และมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ (O-) ซึ่งแตกต่างไปจากอนุมูลอิสระ
(Free Radicals) ที่เกิดจากทางชีวะภาพทางเคมี ที่ออกซิเจนอณูเดี่ยวอิสระ จะมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก (O+) และเชื่อกันทั่วไปว่าเป็นต้น
เหตุของความแก่และทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ
เมื่อออกซิเจนอณูเดี่ยว (O-) นั้นมาจับคู่กับออกซิเจนอณูเดี่ยว (O+) รวมตัวกันเข้าจะได้เป็นโมเลกุลของออกซิเจนบริสุทธิ์ (O2) ซึ่งเป็น
สิ่งที่เซลลูล่าเซลล์มีความต้องการเป็นอย่างมาก เพื่อใช้ในกระบวนทำความสะอาดภายในเซลล์ หากมันไปรวมตัวกับอณูเดี่ยวของคาร์บอน(C) มันก็กลาย
เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และจะถูกขับออกจากระบบของร่างกายทางลมหายใจ [] ชนชนาcellfood(ข้อมูลเพิ่มเติม2)ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนรูปแบบอื่นๆ กับสารอนุมูลอิสระ ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนรูปแบบอื่นๆ กับสารอนุมูลอิสระ
ผลิตภัณฑ์แบบอื่นๆนั้น มีความโน้มเอียงที่จะทำให้มีออกซิเจนเกิดขึ้นได้ทั่วไปหมดทั้งร่างกาย และบ่อยครั้งทีเดียวที่ออกซิเจนชนิดนี้(Species) เป็น
ออกซิเจนที่ไปก่อให้เกิดเป็นสารอนุมูลอิสระที่มีผลเสียเพิ่มมากขึ้นต่อร่างกายได้ “ ออกซิเจนชนิดนี้ ที่ร่างกายได้รับเพิ่มมากขึ้นนี้ จะไปก่อปฏิกิริยาเผาผลาญที่ก่อให้เกิดผลร้ายขึ้นกับระบบทางชีวะภาพ ทำให้พบว่า มีไขมันเพิ่มขึ้นในเนื้อเยื่อ หรือโปรตีนในท่อหลอดเลือดและในกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้นได้ เป็นต้น " ----- ศาสตราจารย์ Ashim Ghatak และศาสตราจารย์ Mahesh Chandra เขียนเอาไว้ในนิตยสาร " ผลกระทบจาก องค์
ประกอบของยารักษาโรค " (Complementary Medicine) เล่มที่ 4 หน้า 13 ประจำเดือน พฤศจิกายน 1998
Cellfood® เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความก้าวหน้าล้ำยุค มันเป็นตัวที่กินซากสัตว์ (ทำลายเชื้อ จุลินทรีย์ต่างๆ) และคอยดักจับ ออกซิเจนตัวร้ายของสารอนุมูลอิสระ คอยควบคุมให้มีออกซิเจนที่ดีเพิ่มขึ้นและมีคุณประโยชน์เพื่อป้อนเข้าสู่เซลลูล่าเซลล์ของร่างกายได้ตามช่วงระยะที่ร่างกายมีความต้องการได้อย่างเหมาะสม Cellfood® นั้น นอกจากจะไม่ใช่เป็นตัวสร้างสารอนุมูลอิสระแล้ว มันยังเป็นตัวที่ช่วยลดพิษออกซิเจน (O+) ที่
เป็นอณูเดี่ยวจากสารอนุมูลอิสระได้ด้วย
ตัวที่ใช้เป็นกลไกในการต่อต้านอนุมูลอิสระอีกตัวหนึ่งก็คือ เอนไซม์แคทตาเลส(Catalase) " แคทตาเลสมีหน้าที่ทำให้ไฮโดรเจนเพอร์ ออกไซด์แยกตัวออกจากกัน แล้วปล่อยให้ออกซิเจนออกมาทำลายของเสียในกระบวนการย่อยสลายสารอาหารของร่างกาย " ----- บทความ "
ผลิตภัณฑ์ Cell Food® ที่มีสารเอนไซม์ แคทตาเลส " ในนิตยสาร การสั่ง (ยา) อาหารเสริมเพื่อการบำบัดโรค (C.N.C.
Prescription for Nutritional Healing) หน้า 47 ปี 1997 โดยนายแพทย์ James F. Balch และนายแพทย์ Phyllis A.Balch
ผู้ใดที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์เสริมออกซิเจนชนิดอื่นๆ เช่นการใช้โอโซน หรือน้ำที่มีการเติมออกซิเจนที่มีความเสถียรผสมรวมอยู่ด้วย เขาน่าจะต้องใช้สารแอนติ-ออกซิแด๊นซ์ เพื่อช่วยลดจำนวนสารอนุมูลอิสระ เพื่อมิให้ร่างกายต้องได้รับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วและมากจนเกินไป ต่างกับผลิตภัณฑ์ Cellfood® ที่มันจะค่อยๆเพิ่มจำนวนและความเร็วขึ้นตามปกติ เท่าที่ร่างกายมีความต้องการเท่านั้น และยังทำให้ระบบต่างๆทุกระบบของร่างกาย
เกิดความสมดุลได้ด้วย
เนสเซนท์ไฮโดรเจนที่ถูกสร้างขึ้นจาก Cellood® นั้น จะถูกนำไปใช้ในการทำหน้าที่หลายอย่างภายในร่างกาย เช่น ใช้ไปในการทำความสะอาด สร้างเซลล์ใหม่ ช่วยให้เซลล์และอวัยวะต่างๆมีความแข็งแรง ป้องกันการช้ำบวม เพิ่มการดูดซึม สร้างความชื้นให้กับปอดเพื่อให้แก๊สต่างๆฟุ้งกระจายตัวออกไปตามกระแสเลือดได้ และยังคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายเอาไว้ ไฮโดรเจนนับเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีอยู่ในกระบวนการย่อย ที่มีหน้าที่ช่วยทั้งในการย่อยและการขจัดของเสียทิ้งออกไป ----- และยังทำหน้าที่ขนส่งสารอาหารบำรุงต่างๆ ผ่านการดูดซึมเข้าสู่สมองและเนื้อเยื่อทั้งหมดของร่างกายได้ คนที่มีน้ำหนักตัว 175/80 ปอนด์/กิโลกรัม ก็จะมีไฮโดรเจนในร่างกายหนัก 15 ปอนด์(7กิโลกรัม) เลยทีเดียว เมื่อเรากล่าวถึงความสมดุลของคนเรา นั่นย่อมหมายถึงความสมดุลในทุกระบบของร่างกาย ที่รวมทั้ง ทางด้านกายภาพ ไฟฟ้า ชีวะเคมี เคมี จิตใจ อารมณ์ และจิตวิญญาณนึกคิด เป็นสิ่งที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งว่า Cellfood® นั้นสามารถช่วยให้ทุกระบบข้างต้นดังกล่าวเกิดความสมดุลได้เกือบทุกระดับ ช่วยให้ระบบทางกายภาพดีขึ้นได้จากการจัดหาสารแร่ธาตุเพื่อทดแทนให้กับร่างกาย มันทำให้ระบบไฟฟ้าและระบบแม่เหล็กไฟฟ้ามีระดับสูงขึ้น ด้วยการเพิ่มความถี่ในการสั่นเคลื่อนไหวให้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เร่งระบบกระบวนการย่อยอาหาร และสามารถทำให้ระบบประสาททำงานอย่างมีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น เร่งกระตุ้นการทำงานในระดับชีวะภาพ ทำให้กระบวนการทางชีวะภาพ ให้สามารถกลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิมตามธรรมชาติ เช่นกระบวนการในระบบการย่อยอาหารและระบบการดูดซึมในร่างกาย(จากการทำงานของเอนไซม์อัตโนมัติ) และยังช่วยการทำงานในระดับชีวะเคมี ด้วยการช่วยจัดหากรดอะมิโนต่างๆให้กับร่างกายในการสร้างโปรตีน และสามารถนำพาเอาออกซิเจนและสารอาหารบำรุงต่างๆไปสู่สมอง เพื่อหนุนให้จิตใจและอารมณ์แจ่มใสได้มากขึ้นด้วย [] ชนชนาcellfood(ข้อมูลเพิ่มเติม3)ใช้cellfoodให้ได้ผลอย่างไร?. เราจะใช้ Celfood® ให้ได้ผลได้อย่างไร ?
Cellfood ® เป็นของเหลวใสที่มีความเข้มข้นสูง ให้ใช้ Cellfood® เพียง 8 หยด ผสมกับน้ำสะอาดหนึ่งแก้ว จำนวน 8 ออนซ์ (ที่ผ่านการกรองให้สะอาดแล้ว) หากท่านผสมกับน้ำจากก๊อกน้ำประปา คุณประโยชน์ที่ได้จาก Cellfood® ก็จะลดน้อยลงไปด้วย เนื่อง
จาก Celfood® จะเริ่มไปทำปฏิกิริยากำจัดน้ำให้สะอาดเสียก่อน
Cellfood® มีรสชาติเปรี้ยวคล้ายมะนาว หากใช้ผสมกับน้ำส้มคั้นธรรมชาติใช้ดื่ม ก็จะให้รสชาติดีมากเลยทีเดียว นาย Everett ชอบดื่มโดยผสมกับน้ำองุ่น จงจำไว้ว่า Cellfood® นั้นประกอบด้วยสารอินทรีย์ที่ได้มาจากธรรมชาติ เอนไซม์อินทรีย์พลังสูงที่มีอยู่ใน
Cellfood® อาจทำลายเสื้อผ้าหรือพื้นผิววัสดุที่เป็นสารอินทรีย์ด้วยกันได้ (เอนไซม์ที่มีอยู่นี้มีผลทำลายที่เห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียว) จึงควรใช้
Cellfood® ด้วยความระมัดระวัง แต่เมื่อหยดผสมกับน้ำให้เจือจางลงแล้ว มันจะไม่มีอันตรายกับผิววัตถุใดๆทั้งสิ้น
ร่างกายของคนเราแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างและมีความต้องการสารบางอย่างที่เฉพาะไม่เหมือนกัน ดังนั้น การตอบรับจากร่างกายแต่ละคนที่จะตอบ รับกับ Cellfood® นั้นก็จะไม่เหมือนกันด้วย โดยทั่วไปแล้ว การใช้ Cellfood® ขนาดที่เหมาะสมที่สุด ควรจะเป็น 8 หยด/แก้ว วันละ 3
ครั้ง แต่มีบางคนอาจต้องใช้ถึง 12 หยด เมื่อตอนตื่นนอนและอีกครั้งก่อนนอนก็ได้ นักกรีฑาบางคนก็ใช้ Cellfood® ผสมใส่ขวดไว้จิบตลอดทั้งวันก็มี
ในการใช้ครั้งแรกๆ มันจะเริ่มต้นด้วยกระบวนการขจัดสารพิษ (Detoxification process) ที่เราจะได้เรียนรู้ในบทต่อไป
เริ่มต้นด้วยการดื่มตามขนาดที่ได้แนะนำเอาไว้ก่อน ประสบการณ์จากการใช้ของท่าน จะสามารถบอกท่านเองได้ว่า มีความรู้สึกรับได้เพียงไร โดยท่าน สามารถเลือกที่จะเพิ่มหรือลดขนาดการใช้เองได้ หากท่านใช้ในขนาดน้อย กระบวนการขจัดสารพิษก็เป็นไปได้ช้า และหากท่านเพิ่มขนาดการใช้ให้มากขึ้น มันก็
จะเร่งกระบวนการได้เร็วยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ ท่านจะมีความรู้สึกที่ดีขึ้นจากการที่ร่างกายมีพละกำลังเพิ่มมากขึ้น และ/หรือ ช่วยให้จิตใจเบิกบานมากขึ้นด้วย
แต่ถ้าใช้ตามที่แนะนำครั้งละ 8 หยดแล้ว ไม่มีความรู้สึกว่าแตกต่างไปจากเดิม ท่านก็ควรเพิ่มขนาดการใช้ในช่วงระยะสั้นๆสัก 2-3 วัน เป็น 10 -12 หยดหรือมากกว่านั้นก็ได้ แล้วคอยสังเกตดูผลการตอบรับจากร่างกาย ท่านไม่มีทางที่จะดื่ม Cellfood® มากจนเกินไป เพราะว่า มันเป็น
อาหารเสริมที่มาจากธรรมชาติ ร่างกายจะนำเฉพาะในส่วนที่ร่างกายมีความต้องการไปใช้ให้เป็นประโยชน์เท่านั้น หากท่านพยายามใช้มากเกินกว่าขนาดที่
แนะนำ ส่วนที่เกินนอกเหนือไปจากนั้น ก็จะถูกร่างกายขับออกจากไปตามช่องทางขับออกตามปกติของมัน
คนบางคนอาจจะผสมเพียงน้อยๆใช้ดื่มวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อเป็นการช่วยให้ร่างกายหายจากไข้หวัดหรือความเศร้าโศก จงพยายามใช้ Cellfood® ให้บ่อยครั้งเมื่อร่างกายมีความจำเป็นต้องใช้มัน หรือเมื่อสามัญสำนึกบอกว่าร่างกายมีความต้องการมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาท้อแท้
หรือเครียด หรือในกรณีที่ท่านต้องใช้แรงทำงาน ต้องเล่นกีฬาหนักๆ ต้องทำงานอยู่ดึกๆ ต้องขับรถทางไกลหรือต้องไปเลี้ยงสังสรรค์กับลูกค้า ฯลฯ ท่านก็ควรเพิ่ม
ขนาดการใช้ให้มากกว่าปกติ เพื่อเป็นการเสริมพละกำลังเพิ่มเอาไว้ก่อนที่จะไปทำกิจกรรมนั้นๆ
ความรู้เกี่ยวกับการขจัดสารพิษ ในครั้งแรก เมื่อท่านใช้ Cellfood® ท่านจะมีประสบการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจากการขจัดสารพิษ เช่น มีอาการท้องเสียหรือปัสสาวะบ่อย คลื่นเหียน
ปวดเวียนศีรษะหรืออาการหมดเรี่ยวแรง เป็นต้น ก่อนที่ร่างกายสามารถจะมีพลังงานที่ได้มาจากกระแสเลือด เพื่อใช้สร้างกำแพงเซลล์ในระบบต่างๆให้ฟื้นคืน
กลับมาให้แข็งแรงได้ ในขั้นแรก ร่างกายเปรียบเสมือนบ้านที่จำเป็นต้องล้างทำความสะอาดเสียก่อน โดยเริ่มต้นจากการทำให้ของเสียและสารพิษต่างๆที่เคย
อาศัยอยู่ในร่างกายมาเป็นเวลานานนับปี ให้สลายกลายเป็นน้ำเสียก่อน ทั้งภายในเซลล์ ในเนื้อเยื่อ และภายในอวัยวะต่างๆ จากนั้น จึงค่อยขับออกไปในทางต่างๆ
กัน เช่น ทางเสมหะหรือทางน้ำมูกต่อไป
ถ้าท่านได้เจอกับอาการกระทบจากการขจัดสารพิษดังกล่าวแล้ว ถึงแม้อาการที่เกิดขึ้นจะทำให้ท่านรู้สึกอึดอัดบ้าง มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ท่านควรจะเดิน ตามกระบวนการขจัดสารพิษต่างๆเหล่านี้ต่อไป ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสัก 2-3 วัน (บางท่านอาจจะหลายวันมากกว่านี้) แต่เมื่อพ้นจากช่วงนี้ไปแล้ว ท่านจะ
รู้สึกถึงพลังของการมีชีวิตใหม่ที่ดีคืนกลับมา ขั้นช่วงกระบวนการขจัดสารพิษนี้อาจเรียกได้ว่า "ช่วงระยะที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อการรักษาให้หายคืนดีกลับมา" การ
เกิดปฏิกิริยาขจัดสารพิษได้อย่างเฉียบคมและฉับพลัน จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อการที่ร่างกายมีพลังไหลวนในร่างกายสูง หรือมี "ชี่"สูง (แบบจีน) เพื่อให้สารพิษ
ที่สะสมอยู่เดิมถูกขจัดออกไป การใช้ Cellfood® อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงและขจัดสารพิษต่างๆออกจากร่างกายได้มากยิ่งขึ้น
การใช้ Cellfood® ขจัดสารพิษเดิมที่มีอยู่ในร่างกายนั้น อาจทำให้มีอาการผลกระทบไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ อาจทำให้ท่านมี อาการไม่ปกติหรือไม่ยอมรับอาการที่เกิดขึ้น มันเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่มันก็เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่บางคนหยุดการใช้
Cellfood® ไปเลย เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวเพื่อรับกับสถานการณ์เหล่านี้ หากท่านมีปัญหาที่รับไม่ได้ ท่านควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ที่มีความรู้ทาง
ด้านกระบวนการขจัดสารพิษ [] ชนชนาcellfood(ข้อมูลเพิ่มเติม4) กฎของ"hering"กฎของ"Hering" การรักษาร่างกายให้ฟื้นคืนกลับมาดีหรือ การย้อนรอยกลับของโรค การเข้าใจกฎแห่งการบำบัดรักษาของ "เฮอร์ริ่ง" จะช่วยให้ท่านสามารถดำเนินกระบวนการขจัดสารพิษต่อไปได้ มันเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านจะต้องมีความ
เข้าใจในความแตกต่างระหว่าง "โรค" และ "การรักษาให้ร่างกายฟื้นคืนกลับมาดี" นายแพทย์ Hering เป็นแพทย์ผู้ที่มีชื่อเสียงในการใช้
สมุนไพรบำบัดโรค ได้แยกแยะอาการ "ช่วงระยะหัวเลี้ยวหัวต่อของการเกิดโรค" และ ช่วงระยะหัวเลี้ยวหัวต่อของการฟื้นคืนกลับมาดี" ออกจากกันให้เห็น
ได้อย่างชัดเจน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า คนเรามักจะมีความสับสนระหว่าง "กระบวนการการเกิดโรค"(Desese) กับ "กระบวนการรักษาให้ฟื้นคืน
กลับมาดี"(Healing) และเมื่อเข้าใจว่าเป็นโรค ก็เลยหันไปใช้ยาเพื่อกดดันโรค เพื่อให้หายจากโรค นี่ยิ่งเป็นเหตุที่ทำให้ร่างกายมีความอ่อนแอลง
และยิ่งทำให้อ่อนไหวต่อการเกิดโรครุนแรงได้มากยิ่งขึ้น
กฎของ " Hering"อธิบายว่า "การรักษาจะเริ่มจากส่วนบนนับจากศีรษะลงไป จากภายในไปสู่ภายนอก ซึ่งเป็นการย้อนรอยอาการของโรคที่เกิด ขึ้นที่มาจากการดำเนินชีวิตของบุคคลผู้นั้น "
เมื่อบุคคลเหล่านั้นเริ่มได้รับผลกระทบจากอาการโรคที่เป็น "ช่วงระยะหัวเลี้ยวหัวต่อของการรักษาให้ฟื้นคืนกลับมาดี" มันเป็นช่วงระยะสำคัญมากที่จะต้องปล่อยให้กระบวนการของอาการต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้น เช่น มีเสมหะ น้ำมูกมาก เยื่อในจมูกอักเสบ น้ำมูกไหล ทอนซิลบวม เป็นไข้ ฯลฯ อันเป็นอาการสนับสนุนการขจัดสารพิษออกไป ที่มีผลต่ออาการของโรคเหล่านั้นที่เห็นได้อย่างเด่นชัด นี่เป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามธรรมชาติ ในเวลาที่ร่างกายเกิดมีอาการผิดปกติ หรือเรียกได้ว่า เป็นการย้อนรอยอาการของโรค สารพิษต่างๆไม่ว่าจะเป็นสารพิษอะไรก็ตามที่กดดันอยู่ภายในร่างกายมานานปี (อย่างเช่น ยาที่ใช้รักษาเมื่อตอนยังเป็นเด็กและตกค้างเหลืออยู่ ที่คอยกดดันอยู่ภายใน) มันก็จะถูกสลายให้กลายเป็นของเหลวเสียก่อน แล้วจึงถูกขจัดออกตามช่องทางขับออกต่างๆ ที่มีอยู่ตามปกติ ต่อเมื่อสุขภาพได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นได้แล้ว ร่างกายจึงจะสามารถทำความสะอาดภายในได้เอง เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งท่านอาจคิดไม่ถึงว่า มันอาจก่อให้เกิดอาการที่มีผลกระทบอันใหม่ตามมาต่อไปอีกระยะหนึ่งก็ได้ และทุกๆครั้งที่เกิดขึ้น ท่านก็จะมีระดับสุขภาพและการมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำไป
บางที ผู้ใช้ Cellfood ® บางท่าน อาจสังเกตเห็นความแตกต่างได้ไม่ค่อยเด่นชัด นั่นเป็นเพราะว่า Cellfood ® นั้นไปช่วยทำ
งานในระดับลึกของเซลลูล่าเซลล์ในร่างกาย โดยบางท่านก็อาจจะถามว่า การทำงานในระดับเซลล์ของ Cellfood® จะมีผลช่วยอะไรให้กับท่านได้ หรือ
เมื่อได้ใช้ Cellfood® ผ่านไประยะหนึ่ง บางท่านก็อาจบอกว่า ไม่เห็นมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นกับฉันเลย แต่ถ้าลองไปตรวจสุขภาพประจำปีดู จะเห็นได้
เลยว่า ระดับคลอเลสเตอรอลก็ดี ความดันเลือดก็ดี ล้วนมีระดับที่ลดลงอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียว และยังทำให้ระดับน้ำตาลและกรดยูริก ลดลงสู่เกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ Cellfood® ยังไปช่วยการทำงานของเซลลูล่าเซลล์ที่อยู่ในระดับลึกลงไป ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น ช่วยทำความสะอาดเซลล์ และเพิ่มความถี่ในการสั่นของเซลล์ให้สูงขึ้น ทำให้สามารถช่วยป้องกันเชื้อไวรัส แบคทีเรียและจุลินทรีย์ที่มีความถี่ในการสั่นที่ต่ำกว่า จนไม่สามารถมาทำอันตรายใดๆกับร่างกายได้
เปรียบเทียบระยะวิกฤติที่ทำให้เกิดโรคกับการฟื้นหายจากโรค
ระยะวิกฤติที่ทำให้เกิดโรค ระยะวิกฤติที่ทำให้ฟื้นหายจากโรค
1. โรคหลายชนิด เกิดขึ้นอย่างช้าๆ และ ใช้ระยะ เวลาในการฟักตัวอยู่หลายวัน หรืออาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีก็ได้ 1. รู้สึกหายเป็นปกติทันที หลังจากที่สุขภาพดีขึ้น 2. เกิดจากการใช้ร่างกายทำงานอย่างสมบุกสมบันมากจนเกินไป การอยู่อาศัยและการกินอาหาร อย่างผิดๆ การใช้ยารักษาเกินขนาด ฯลฯ 2. เกิดจากการทำตามแผนสุขภาพที่แนะนำ หรือหายได้เองตามธรรมชาติ หรือในบางครั้ง อาจหายได้เอง จากหยุดการใช้ยารักษาโรค 3. ใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 3. ใช้เวลา 1-3 วัน (บางครั้งอาจนานกว่านั้น) 4. ร่างกายด้อยสมรรถนะที่จะขจัดของเสีย หรือ ขจัดสารพิษออกได้น้อยเกินไป 4. ขจัดของเสียหรือสารพิษออก เป็นไปอย่างถูกต้อง 5. บ่อยครั้ง อาการของโรคที่เป็น อาจแตกต่างไปจากเดิม 5. เวลาฟื้นไข้ จะมีอาการย้อนที่มาของโรคเกิดขึ้นซ้ำซากเหมือนเดิม 6. เมื่อหายจากโรคแล้ว ต้องมีระยะพักฟื้นเสมอ 6. หลังจากฟื้นโรค จะมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว 7. เนื้อเยื่อเสียหาย ไม่มีการซ่อมแซม หรือในช่วง นั้น มีการซ่อมแซมได้น้อย(หายช้ามาก) 7. เนื้อเยื่อที่เสียหายได้รับการซ่อมแซมภายในไม่กี่สัปดาห์หรือเดือน 8. หมอต้องใช้ยารักษา (เพื่อกดดันวิกฤติอาการของ โรคที่เกิดขึ้น) เพื่อบรรเทาอาการ หรือก่อให้อาการมีความรุนแรงมากขึ้นก็ได้ 8. ปล่อยทิ้งเอาไว้ อาการสามารถบรรเทาลงไปได้เอง หรือหาที่ปรึกษาด้านสุขภาพก็ได้ 9. วิกฤติระยะดำเนินของโรคที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งนั้นไม่อาจคาดได้เลยว่า จะแตกต่างไปกว่าครั้งแรก หรือมีอาการเหมือนเดิม และเมื่อมีอาการเหมือน เดิม เกิดขึ้น จะรู้สึกว่า มีอาการเลวมากกว่าครั้งก่อน
9. การดำเนินของโรคเหมือนเดิมทุกครั้งแน่นอน เป็นไปตามกฎ การบำบัดรักษาโรคของ "เฮอริ่ง” และ เมื่อฟื้นจากโรค จะรู้สึกมีพลังเป็นหนุ่ม สาวมากขึ้นกว่าเดิมหลายปีทีเดียว
10. ในระยะวิกฤติของโรค อาจทำให้ถึงตายได้ 10. ระยะวิกฤติบำบัดรักษาโรค ไม่เคยทำให้ถึงตาย Cellfood® ตัวมันเองนั้นมิใช่เป็นยารักษาโรคโดยตรง พระเจ้าเป็นผู้ออกแบบสร้างร่างกายมนุษย์เอาไว้อย่างดีเลิศ แต่ Cellfood® ก็มีความมหัศจรรย์ที่สามารถช่วยให้เซลล์สร้างกำแพงเซลล์ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีได้ มันช่วยทำให้ร่างกายฟื้นฟูกลับคืนสู่ภาวะปกติ และมีความสมดุลได้อย่างธรรมชาติ ผมขอแนะนำให้ผู้ใช้ Cellfood® มีความพยายามและอดทนในการใช้ Cellfood® อย่างต่อเนื่องต่อไป และในรายผู้ใช้ที่บอกว่าไม่ค่อยมีผลต่อการใช้ ขอให้เอาใจใส่คอยสังเกตอาการผลกระทบตอบรับที่เกิดขึ้นให้มากยิ่งขึ้น อาการผลกระทบตอบรับ
ที่น้อย อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายได้มากก็ได้ ถ้าท่านไม่มั่นใจในการใช้ Cellfood® ลองตรวจสอบทางการแพทย์เสียก่อน แล้วเปรียบ
เทียบผลลัพธ์ที่ได้อีกครั้งหนึ่ง นี่จะเป็นการช่วยยืนยันให้ท่านได้ทราบว่า Cellfood® สามารถช่วยทำให้ร่างกายของท่านฟื้นคืนกลับสู่ภาวะปกติ และ
ช่วยทำให้ทุกระบบของร่างกายมีความสมดุลได้อย่างทั่วถึง ทั้งระดับลึกของภายในเซลลูล่าเซลล์ ให้มีความคล่องตัวเหมือนเดิมได้
ถึงแม้ Cellfood® นั้นจะเริ่มทำงานจากระดับลึกของเซลลูล่าเซลล์ที่มีความต้องการให้มีการแก้ไขก่อน เพื่อทำให้ร่างกายปรับเข้าสู่สภาวะปกติ และมีความสมดุล ในกรณีที่ผู้ใช้บางท่านอาจไม่เห็นผลได้ทันที อย่างที่ท่านต้องการให้ฟื้นจากโรคที่ตนเป็นอยู่ในทันที ผมขออนุญาตถามท่านให้ช่วยตอบปัญหาต่างๆดังต่อไปนี้:
1. ท่านเก็บขวด Cellfood® เอาไว้ที่ไหน ? บางท่านอาจเก็บมันไว้เหนือตู้อบไมโครเวฟหรือในกระเป๋าถึอที่มีโทรศัพท์มือถือรวมอยู่ด้วย ในกรณี
เช่นนี้ สนามแม่เหล็กอาจมีส่วนทำลายความสามารถของ Cellfood® ลงไปได้ ให้ยึดเป็นกฎเอาไว้เลยว่า ควรเก็บอาหารเสริมบำรุงให้ไกลจากอุปกรณ์
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด
2. ท่านใช้ Cellfood® อย่างไร ? เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรผสม Cellfood® กับน้ำดื่มที่กรองสะอาด (Purified) และดื่ม 15 นาที ก่อนที่จะรับประทานอาหาร 3. ท่านใช้ Cellfood® บ่อยและขนาดมากแค่ไหน ? ขนาดที่แนะนำให้ใช้ก็คือ จำนวน 8 หยดต่อน้ำหนึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง ถ้าใช้แล้วไม่มีผล ตอบรับที่สังเกตเห็นได้ ท่านสามารถเพิ่มขนาดการใช้ให้มากขึ้น ดังที่ได้อธิบายเอาไว้ในบทก่อน การใช้ Cellfood® ในระดับต่ำ อาจทำให้ไม่สามารถ
หวังผลในระดับหนึ่งจนเห็นได้อย่างเด่นชัดตามที่คาดหวังไว้ ท่านควรเพิ่มขนาดการใช้ (เพิ่ม 2-3 หยด ทุกๆ 2-3 วัน) จนกระทั่งสังเกตเห็นผลตอบ
รับที่เกิดขึ้น แล้วจึงค่อยๆลดระดับการใช้ให้ลง เหลือ ครั้งละ 8 หยด วันละ 3 ครั้งเหมือนเดิม
ในขั้นสุดท้ายขอแนะนำให้ท่านควรหยุดใช้ Cellfood® เมื่อท่านหยุดการใช้ Cellfood® อย่างกะทันหัน ให้ลองสังเกตดูว่า Cellfood® ทำให้ท่านมีพละกำลังเพิ่มขึ้นและมีความว่องไวเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ? บางท่านอาจจะไม่สังเกตเห็นผลตอบรับจากการขับสารพิษออกจากร่างกายได้ นั่นเป็นเพราะว่า ร่างกายของท่านในช่วงระยะเวลานั้นอาจมีสารพิษอยู่น้อย แต่ก็ควรจะดื่มเพื่อขจัดสารพิษออกต่อไปเป็นระยะๆ จึงขอแนะนำทุกท่าน ให้จัดโปรแกรมล้างพิษอย่างน้อย ปีละ 2 หน
ในช่วงระยะที่ร่างกายเกิดวิกฤติช่วงที่ฟื้นคืนจากโรค อาจทำให้ท่านรู้สึกหมดเรี่ยวแรง ทั้งนี้เป็นเพราะว่า ในระดับลึกของเซลลูล่าเซลล์ของท่านกำลังถูกทำความสะอาดอยู่ และเพื่อให้ร่างกายฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิมอย่างแท้จริงได้ ท่านควรเพิ่มการดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อช่วยลดผลตอบรับของอาการที่อาจมีขึ้น แต่หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงระยะนี้ไปแล้ว(ปกติใช้เวลา 2-3 วัน) ท่านจะรู้สึกว่าร่างกายของท่านมีพละกำลังสูงขึ้นเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้หลายปีทีเดียว
Cellfood® ไม่ใช่เป็นยารักษาโรค และไม่ได้ระบุว่า จะสามารถเยียวยา หรือทำให้อาการของโรคบรรเทาลงได้ หรือใช้ป้องกันการเกิดโรค การทดสอบจากหนังสือนิตยสารด้านคลินิกไม่เคยมีการระบุว่าเป็นยารักษาโรค เพราะหากเป็นยารักษาโรคที่มีการทดสอบทางคลินิก เขาจะต้องระบุว่า
ตัวยา A นี้สามารถใช้กับโรคอะไรและมีผล B ตามมาอย่างไรบ้าง เพราะว่า Cellfood® เป็นเพียงอาหารเสริมโภชนาการ มันจะเริ่มทำงานภายใน
ร่างกายส่วนที่มีความต้องการเสียก่อน แต่เนื่องจากร่างกายของคนเราแต่ละคนนั้น จะมีความจำเพาะเจาะจงของมันเอง เราไม่มีการพิสูจน์ว่า Cellfood®
สามารถใช้ได้ผลเจาะจงเฉพาะกับสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้ แต่อย่างไรตาม เราสามารถบอกถึงผลที่ท่านจะได้รับจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยใช้นับหมื่นๆรายที่มีอยู่ทั่วโลก
เมื่อมีปรากฏการณ์การแยกน้ำให้สลายตัวออกจากกันเกิดขึ้นในร่างกาย ไฮโดรเจนที่เป็นอิสระจะประกอบไปด้วยอณูที่มีประจุไฟฟ้าขั้วบวกสูงมากจำนวนมหาศาล จำนวน Cellfood® เพียง 1 หยด สามารถให้พลังงานได้ถึง 77,000 อังสตอร์ม ซึ่งไฮโดรเจนเหล่านี้นี่เองที่สร้างพลังให้กับร่างกาย
ในปี 1991 Dr.Aristo Vojdani ประธานแห่งบริษัท Immunosciences Laboratories Inc. USA. ได้รายงานว่า "T-Cell มีจำนวนเพิ่มขึ้นได้อย่างมากตามปริมาณ Cellfood ที่ใช้“ นี่แสดงให้เห็นว่า ขณะที่ระบบภูมิคุ้มกันถูกเร่งกระตุ้นให้ดีขึ้นนั้น มันยังทำให้ร่างกายสามารถสร้าง T-Cell เพิ่มมากขึ้นด้วย จึงช่วยเป็นการไปต่อต้านจุลินทรีย์ต่างๆที่อาจทำลายสุขภาพของร่างกายได้ด้วย
[] ชนชนาcellfood(ข้อมูลเพิ่มเติม 5)
มีผู้คนโทรมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ของเขา ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะมีปัญหาด้วยโรคอะไรก็ตาม ผลที่ได้จากการใช้ก็คือ การเพิ่มจำนวนออกซิเจนเข้าไปใน กระแสเลือด ตามด้วยอณูของไฮโดรเจนที่มีความสามารถไปยึดจับรวมตัวกับอณูสารอื่นๆได้อย่างเจาะจง เพื่อช่วยเสริมสร้างเซลล์ที่ดีขึ้นมาใหม่ได้" ---------(Dr. Linet Stockdale, นักจุลินทรีย์วิทยา จากแอฟริกาใต้) "เนื่องจากมะเร็งเป็นโรคที่ไม่เหมือนโรคชนิดอื่น สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งนั้นมีนับไม่ถ้วน แต่ปฐมเหตุเบื้องต้นของการเป็นมะเร็ง นั้นมีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น …… ปฐมเหตุเบื้องต้นของการเป็นโรคมะเร็งเกิดจากการที่ เซลล์ชีวิตที่ดีของร่างกาย ที่ต้องการใช้ออกซิเจนช่วยในการหายใจ (Aerobic Cell) ถูกแทนที่ด้วย เซลล์ชีวิตที่เสียของร่างกาย ที่ไม่ต้องการออกซิเจนช่วยในการหายใจ (Anaerobic Cell) " นี่เป็นคำกล่าว ของ Dr. Otto Warburg ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเกียรติยศสูงสุด(Nobel Laureate) ถึงสองครั้งในการค้นคว้าเกี่ยวกับโรคมะเร็ง นับตั้งแต่ Dr.Otto Warburg ได้ค้นพบความแตกต่างของเซลล์ที่ ต้องการออกซิเจนช่วยในการหายใจ และเซลล์ที่ไม่ต้องการออกซิเจน ช่วยในการหายใจแล้ว ถึงแม้จะมีการค้นพบวิธีการแยกแยะในทางสรีระศาสตร์ (กายภาพ) ระหว่างเซลล์ปกติกับเซลล์มะเร็งได้อีกหลายวิธีก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ แล้ว ก็ยังยึดถือหลักการเบื้องต้นของนาย Otto Warburg ในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างเซลล์ปกติกับเซลล์มะเร็ง (บางท่านถึงกับกล่าวว่า เป็นเพียงหลักการเดียวเท่านั้น) จึงทำให้ผมตัดสินใจที่จะทำการค้นคว้าอย่างละเอียด โดยใช้วิธีการเพาะเลี้ยงเซลล์ภายใต้ภาวการณ์ที่สามารถเพิ่มหรือลดการ ใช้ออกซิเจนให้กับเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งว่า จะมีผลแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ผลที่ผมได้ค้นพบ เป็นคำตอบที่ชัดเจนก็คือ ออกซิเจนที่มีความตึงผิวปกติ จะ ช่วยทำให้เนื้อเยื่อของเซลล์มะเร็งขยายตัวเจริญเติบโตได้เป็นอย่างมากทีเดียว แต่ถ้ามีการเพิ่มความตึงผิวให้สูงขึ้น (ออกซิเจนให้มีปริมาณมาก ) กลับจะทำ ให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายให้เสียหาย(ฆ่าเซลล์มะเร็ง)ได้ถึง 95 % โดยจำนวนของออกซิเจนที่มีปริมาณสูงจะไปล้อมรอบเซลล์มะเร็ง แล้วออกซิเจนนี่ แหละคืออาวุธในการพิชิตเนื้อเยื่อของเซลล์มะเร็ง(เจาะเซลล์มะเร็งให้แตกออก ทำให้เซลล์มะเร็งตาย)ได้ ขณะที่ออกซิเจนมีภาวะของความตึงผิวสูง กลับไม่ เป็นอันตรายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อที่ดีและมีสภาพแข็งแรงได้ ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าเนื้อเยื่อที่ดีปกติ จะมีความต้องการออกซิเจนที่มีความตึงผิวสูงอยู่แล้ว ผลจากการทดลองบ่งชี้ชัดว่า ออกซิเจนที่มีภาวะความตึงผิวอยู่สูงนั้น สามารถเลือกทำลาย(ฆ่า)เฉพาะเซลล์เนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งเท่านั้น ถ้าฃ หากเราควบคุมออกซิเจนให้มีความตึงผิวให้สูงเอาไว้ได้ จะทำให้เนื้อเยื่อของเซลล์มะเร็งลดน้อยลงไปได้ด้วย เราก็จะสามารถควบคุมเซลล์มะเร็งไม่ให้ขยายตัว เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน J.B. Kaizer นักชีวะเคมี และ นักฟิสิกส์ สถาบัน Gungnir Reserch,Portsmit,OH. จึงมีผู้นิยมนำ Cellfood® ไปใช้เสริมสร้างเซลล์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย เป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ไม่ว่าผู้คน ในวงราชการ นักธุรกิจ นักกีฬา ฯลฯ ต่างก็ได้รับประโยชน์จากการใช้ Cellfood® ทั้งสิ้น ได้มีการลองทดสอบนักกรีฑาสมัครเล่นหรืออาชีพในการใช้ Cellfood® ต่างก็รายงานว่า รู้สึกมีความว่องไวเพิ่มมากขึ้นในกีฬาบางประเภท (กีฬาเทนนิส บาสเกตบอล กอล์ฟ ------- เช่นเดียวกันกับกีฬานักวิ่ง ว่ายน้ำ ยกน้ำหนัก ฯลฯ) ล้วนหายใจ (หอบ) น้อยลง หลังการเล่นกีฬาหายเหนื่อยได้เร็วกว่า (Cellfood® ช่วยขจัดกรดแลคติค) และให้พละกำลังที่ฃ เหนือกว่า ส่วนมากแล้ว ล้วนมีความรู้สึกพึงพอใจและชื่นชอบที่สามารถเพิ่มความอึดและความอดทนให้เขาได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม ในอีกด้านหนึ่ง Cellfood® สามารถเติมสิ่งที่ขาดได้อย่างครบถ้วนให้แก่สุขภาพและมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับบุคคลเหล่านี้ คือผู้ที่รับ ประทานอาหารที่ขาดความสมดุล ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่และชอบดื่มจัด แต่ไม่ชอบการออกกำลังกาย ตื่นนอนลุกขึ้นไม่ค่อยไหว รู้สึกเพลียและหมดแรง ต้องการมี พละกำลังและความกระฉับกระเฉง และต้องการสิ่งอื่นๆที่เหนือกว่าในชีวิต การใช้ Cellfood® เป็นการเพิ่มออกซิเจนและแร่ธาตุให้กับระบบต่างๆของร่าง กาย ช่วยให้เด็กๆ นักศึกษา ครูและคนงานต่างพบว่า มันน่ามหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ช่วยให้มีความกระตือรือร้น ขยายความตั้งใจให้มีมากขึ้น และยังสามารถต่อสู้กับ ความกดดันและความเครียดได้เป็นอย่างดี นายแพทย์หลายท่านได้แนะนำคนไข้ของเขาให้ใช้ Cellfood® เสริมอาหารควบคู่ไปกับการใช้ยารักษาโรค เป็นการเสริมทางด้านชีวะ ภาพเคมีให้กับร่างกาย เพื่อบรรเทาอาการโรคได้ดียิ่งขึ้น มีหลักฐานที่ได้จากผู้ทดลองใช้ Cellfood® มากมายหลายพันรายจากทั่วโลกที่สามารถยืนยัน ได้ว่าใช้ได้ผลดี ผู้ที่ใช้ Cellfood® แล้วได้ผลดีเป็นอย่างมาก มักจะเป็นคนไข้จากโรคข้อต่อเสื่อมและโรคเสื่อมอื่นๆของร่างกาย หลายคนบอกว่า ความ ปวดสามารถทุเลาหายไป หลังจากได้ใช้ไปเพียง 2-3 วันเท่านั้น และหลังจากนั้น อาการบวมตามข้อก็ค่อยๆลดน้อยตามลงไปด้วย บางคนก็หายจากโรคไข้หวัดได้ภายในวันหรือสองวันเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการเป็นหวัดครั้งก่อนๆที่มักจะต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว จงจำเอาไว้ว่า Cellfood® นั้นมิใช่ยารักษาโรค มันเพียงแต่แค่ช่วยให้ร่างกายสร้างกำแพงเซลล์ให้ร่างกายสามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้แข็งแรงขึ้น สามารถต้านทานต่อโรคและช่วยให้ร่างกายคืนกลับสู่ภาวะปกติได้รวดเร็ว ผมไม่กล้าระบุว่า Celfood® นั้นสามารถเยียวยารักษาโรคได้ เพียงแต่ว่า ในขั้นต้น มันจะช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น เพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้และทำให้โรคนั้นต้องพ่ายแพ้ได้เท่านั้น Cellfood® นั้นสามารถใช้ควบคู่กับการใช้ยารักษาโรคและควบคู่กับอาหารเสริมชนิดอื่นได้ เนื่องจากมันจะไปช่วยเสริมทางด้านชีวะภาพเคมีให้แก่สารอาหารอื่นๆ ทำให้ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์จากสารเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ เพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน เมื่อสารพิษภายในร่างกายถูกล้างให้สะอาด ร่างกายก็แข็งแรงและมีความสมดุลมากขึ้น ทำให้แพทย์สามารถค่อยๆลดขนาดการใช้ยารักษาโรคลงไปได้ และแน่นอนว่า ผู้ที่รับประทานยาหลายชนิดรักษาโรคอื่นๆมาเป็นเวลานาน หากหันมาใช้ Cellfood® ควบคู่ด้วยกัน ก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ชำนาญด้านการล้างพิษ [] หัวข้อการพูดคุย ทำไมต้องมากินเจเล่า?เนื้อสัตว์ก็อร่อยดีแล้ว เรื่องไรต้องมาลำบากล่ะ
ข้อความ ทำไมต้องมากินเจเล่า?เนื้อสัตว์ก็อร่อยดีแล้ว เรื่องไรต้องมาลำบากล่ะ [] คำขวัญ
|
|
|