นาย กิต's profileSpace ของ here kitPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
[] ชนชนาcellfood(ข้อมูลเพิ่มเติม 5)
มีผู้คนโทรมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ของเขา ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะมีปัญหาด้วยโรคอะไรก็ตาม ผลที่ได้จากการใช้ก็คือ การเพิ่มจำนวนออกซิเจนเข้าไปใน กระแสเลือด ตามด้วยอณูของไฮโดรเจนที่มีความสามารถไปยึดจับรวมตัวกับอณูสารอื่นๆได้อย่างเจาะจง เพื่อช่วยเสริมสร้างเซลล์ที่ดีขึ้นมาใหม่ได้" ---------(Dr. Linet Stockdale, นักจุลินทรีย์วิทยา จากแอฟริกาใต้) "เนื่องจากมะเร็งเป็นโรคที่ไม่เหมือนโรคชนิดอื่น สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งนั้นมีนับไม่ถ้วน แต่ปฐมเหตุเบื้องต้นของการเป็นมะเร็ง นั้นมีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น …… ปฐมเหตุเบื้องต้นของการเป็นโรคมะเร็งเกิดจากการที่ เซลล์ชีวิตที่ดีของร่างกาย ที่ต้องการใช้ออกซิเจนช่วยในการหายใจ (Aerobic Cell) ถูกแทนที่ด้วย เซลล์ชีวิตที่เสียของร่างกาย ที่ไม่ต้องการออกซิเจนช่วยในการหายใจ (Anaerobic Cell) " นี่เป็นคำกล่าว ของ Dr. Otto Warburg ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเกียรติยศสูงสุด(Nobel Laureate) ถึงสองครั้งในการค้นคว้าเกี่ยวกับโรคมะเร็ง นับตั้งแต่ Dr.Otto Warburg ได้ค้นพบความแตกต่างของเซลล์ที่ ต้องการออกซิเจนช่วยในการหายใจ และเซลล์ที่ไม่ต้องการออกซิเจน ช่วยในการหายใจแล้ว ถึงแม้จะมีการค้นพบวิธีการแยกแยะในทางสรีระศาสตร์ (กายภาพ) ระหว่างเซลล์ปกติกับเซลล์มะเร็งได้อีกหลายวิธีก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ แล้ว ก็ยังยึดถือหลักการเบื้องต้นของนาย Otto Warburg ในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างเซลล์ปกติกับเซลล์มะเร็ง (บางท่านถึงกับกล่าวว่า เป็นเพียงหลักการเดียวเท่านั้น) จึงทำให้ผมตัดสินใจที่จะทำการค้นคว้าอย่างละเอียด โดยใช้วิธีการเพาะเลี้ยงเซลล์ภายใต้ภาวการณ์ที่สามารถเพิ่มหรือลดการ ใช้ออกซิเจนให้กับเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งว่า จะมีผลแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ผลที่ผมได้ค้นพบ เป็นคำตอบที่ชัดเจนก็คือ ออกซิเจนที่มีความตึงผิวปกติ จะ ช่วยทำให้เนื้อเยื่อของเซลล์มะเร็งขยายตัวเจริญเติบโตได้เป็นอย่างมากทีเดียว แต่ถ้ามีการเพิ่มความตึงผิวให้สูงขึ้น (ออกซิเจนให้มีปริมาณมาก ) กลับจะทำ ให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายให้เสียหาย(ฆ่าเซลล์มะเร็ง)ได้ถึง 95 % โดยจำนวนของออกซิเจนที่มีปริมาณสูงจะไปล้อมรอบเซลล์มะเร็ง แล้วออกซิเจนนี่ แหละคืออาวุธในการพิชิตเนื้อเยื่อของเซลล์มะเร็ง(เจาะเซลล์มะเร็งให้แตกออก ทำให้เซลล์มะเร็งตาย)ได้ ขณะที่ออกซิเจนมีภาวะของความตึงผิวสูง กลับไม่ เป็นอันตรายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อที่ดีและมีสภาพแข็งแรงได้ ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าเนื้อเยื่อที่ดีปกติ จะมีความต้องการออกซิเจนที่มีความตึงผิวสูงอยู่แล้ว ผลจากการทดลองบ่งชี้ชัดว่า ออกซิเจนที่มีภาวะความตึงผิวอยู่สูงนั้น สามารถเลือกทำลาย(ฆ่า)เฉพาะเซลล์เนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งเท่านั้น ถ้าฃ หากเราควบคุมออกซิเจนให้มีความตึงผิวให้สูงเอาไว้ได้ จะทำให้เนื้อเยื่อของเซลล์มะเร็งลดน้อยลงไปได้ด้วย เราก็จะสามารถควบคุมเซลล์มะเร็งไม่ให้ขยายตัว เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน J.B. Kaizer นักชีวะเคมี และ นักฟิสิกส์ สถาบัน Gungnir Reserch,Portsmit,OH. จึงมีผู้นิยมนำ Cellfood® ไปใช้เสริมสร้างเซลล์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย เป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ไม่ว่าผู้คน ในวงราชการ นักธุรกิจ นักกีฬา ฯลฯ ต่างก็ได้รับประโยชน์จากการใช้ Cellfood® ทั้งสิ้น ได้มีการลองทดสอบนักกรีฑาสมัครเล่นหรืออาชีพในการใช้ Cellfood® ต่างก็รายงานว่า รู้สึกมีความว่องไวเพิ่มมากขึ้นในกีฬาบางประเภท (กีฬาเทนนิส บาสเกตบอล กอล์ฟ ------- เช่นเดียวกันกับกีฬานักวิ่ง ว่ายน้ำ ยกน้ำหนัก ฯลฯ) ล้วนหายใจ (หอบ) น้อยลง หลังการเล่นกีฬาหายเหนื่อยได้เร็วกว่า (Cellfood® ช่วยขจัดกรดแลคติค) และให้พละกำลังที่ฃ เหนือกว่า ส่วนมากแล้ว ล้วนมีความรู้สึกพึงพอใจและชื่นชอบที่สามารถเพิ่มความอึดและความอดทนให้เขาได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม ในอีกด้านหนึ่ง Cellfood® สามารถเติมสิ่งที่ขาดได้อย่างครบถ้วนให้แก่สุขภาพและมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับบุคคลเหล่านี้ คือผู้ที่รับ ประทานอาหารที่ขาดความสมดุล ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่และชอบดื่มจัด แต่ไม่ชอบการออกกำลังกาย ตื่นนอนลุกขึ้นไม่ค่อยไหว รู้สึกเพลียและหมดแรง ต้องการมี พละกำลังและความกระฉับกระเฉง และต้องการสิ่งอื่นๆที่เหนือกว่าในชีวิต การใช้ Cellfood® เป็นการเพิ่มออกซิเจนและแร่ธาตุให้กับระบบต่างๆของร่าง กาย ช่วยให้เด็กๆ นักศึกษา ครูและคนงานต่างพบว่า มันน่ามหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ช่วยให้มีความกระตือรือร้น ขยายความตั้งใจให้มีมากขึ้น และยังสามารถต่อสู้กับ ความกดดันและความเครียดได้เป็นอย่างดี นายแพทย์หลายท่านได้แนะนำคนไข้ของเขาให้ใช้ Cellfood® เสริมอาหารควบคู่ไปกับการใช้ยารักษาโรค เป็นการเสริมทางด้านชีวะ ภาพเคมีให้กับร่างกาย เพื่อบรรเทาอาการโรคได้ดียิ่งขึ้น มีหลักฐานที่ได้จากผู้ทดลองใช้ Cellfood® มากมายหลายพันรายจากทั่วโลกที่สามารถยืนยัน ได้ว่าใช้ได้ผลดี ผู้ที่ใช้ Cellfood® แล้วได้ผลดีเป็นอย่างมาก มักจะเป็นคนไข้จากโรคข้อต่อเสื่อมและโรคเสื่อมอื่นๆของร่างกาย หลายคนบอกว่า ความ ปวดสามารถทุเลาหายไป หลังจากได้ใช้ไปเพียง 2-3 วันเท่านั้น และหลังจากนั้น อาการบวมตามข้อก็ค่อยๆลดน้อยตามลงไปด้วย บางคนก็หายจากโรคไข้หวัดได้ภายในวันหรือสองวันเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการเป็นหวัดครั้งก่อนๆที่มักจะต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว จงจำเอาไว้ว่า Cellfood® นั้นมิใช่ยารักษาโรค มันเพียงแต่แค่ช่วยให้ร่างกายสร้างกำแพงเซลล์ให้ร่างกายสามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้แข็งแรงขึ้น สามารถต้านทานต่อโรคและช่วยให้ร่างกายคืนกลับสู่ภาวะปกติได้รวดเร็ว ผมไม่กล้าระบุว่า Celfood® นั้นสามารถเยียวยารักษาโรคได้ เพียงแต่ว่า ในขั้นต้น มันจะช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น เพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้และทำให้โรคนั้นต้องพ่ายแพ้ได้เท่านั้น Cellfood® นั้นสามารถใช้ควบคู่กับการใช้ยารักษาโรคและควบคู่กับอาหารเสริมชนิดอื่นได้ เนื่องจากมันจะไปช่วยเสริมทางด้านชีวะภาพเคมีให้แก่สารอาหารอื่นๆ ทำให้ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์จากสารเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ เพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน เมื่อสารพิษภายในร่างกายถูกล้างให้สะอาด ร่างกายก็แข็งแรงและมีความสมดุลมากขึ้น ทำให้แพทย์สามารถค่อยๆลดขนาดการใช้ยารักษาโรคลงไปได้ และแน่นอนว่า ผู้ที่รับประทานยาหลายชนิดรักษาโรคอื่นๆมาเป็นเวลานาน หากหันมาใช้ Cellfood® ควบคู่ด้วยกัน ก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ชำนาญด้านการล้างพิษ TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://herecomming.spaces.live.com/blog/cns!A601D7A70330090D!550.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|